NETHERLANDS BELGIUM FRANCE ยุโรปสามมุม

 

      มองแผนที่โลกเราจะเห็นว่า “เนเธอร์แลนด์” (Netherlands) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป มีพื้นที่ประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มและมีภูเขาหรือเนินเขาอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก พื้นที่ 25 % ของประเทศต่ำกว่าระดับน้ำทะเลและมีปัญหาเกี่ยวกับน้ำท่วมอยู่บ่อย ๆ รัฐบาลต้องหาวิธีแก้ไขกันเรื่อยมา นำไปสู่การพัฒนาด้านนวัตกรรมการจัดการแหล่งน้ำจนทำให้เนเธอร์แลนด์กลายเป็นต้นแบบงานด้านวิศวกรรมการจัดการแหล่งน้ำในระดับโลก แหล่งเพาะปลูกที่สำคัญของประเทศแม่น้ำสายหลักของเนเธอร์แลนด์คือ"แมน้ำไรน์" (Rhine River) 

     สภาพอากาศของเนเธอร์แลนด์ ไม่หนาวจัดและอบอุ่นในช่วงฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงอาจมีฝนตกชุกอุณหภูมิทั้งประเทศเฉลี่ยประมาณ 2.5-18 องศาเซลเซียส ประชากรมีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาก คือ ในจำนวนประชากรทั้งหมดของเนเธอร์แลนด์ประมาณ 17,000,000 คน แบ่งเป็นชาวดัตช์ 83 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นก็เป็นชาวเยอรมัน เติร์ก โมร็อกโก รวมถึงชาวอินโดนีเซีย และอินเดียก็เป็นประชากรสวนหนึ่งของนเธอร์แลนด์ด้วย ประชากรเนเธอร์แลนด์บางส่วนนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นิกายโปรเตสแตนต์ นิกายดัตช์ นิกายกัลแวง และศาสนาอิสลาม ชาวเนเธอร์แลนด์แม้จะใช้ภาษาดัตช์เป็นภาษาราชการแต่ก็พูดคุยกับนักท่องเที่ยวด้วยภาษาอังกฤษได้ ภาษาเยอรมัน และฝรั่งเศสก็มีใช้กันหลากหลาย

     นอกเหนือจากการค้าขายแล้วชาวเนเธอร์แลนด์ยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในในชาติที่เชี่ยวชาญการเดินเรือมากด้วยโดยมีทำเรือใหญ่ "รอตเทอร์ดาม" (Rotterdam) ในเมือง รอตเทอร์ดาม (Rotterdam) เป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลกและเป็นจุดเทียบท่าของเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ในอดีตชาวสยามเรารู้จักชาวเนเธอร์แลนด์ในชื่อ "ชาวฮอลันดา" และ ก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันในแง่ของการแบ่งปันเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านการค้า การเดินเรือ การแพทย์ และภาษา

     เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ปกครองประเทศในระบอบรัฐสภาและเป็นแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำประเทศเนเธอร์แลนด์มี "กรุงอัมสเตอร์ดัม" (Amsterdam) เป็นเมืองหลวงพื้นที่ประเทศกว้างใหญ่ วัดตลอดแนวแผ่นดินไปจนแผ่นน้ำได้ราว 41,530 ตารางกิโลเมตรโดยที่ "กรุงเฮก" (Hague) เป็นอีกเมืองหนึ่งที่คนทั่วโลกรู้จักดีจากการที่มีสถานะเป็นเหมือนเมืองหลวงแห่งกฎหมาย เพราะมีศาลอาญาระหว่างประเทศหรือศาลโลกตั้งอยู่ที่เมืองนี้ และยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ประทับของพระมหากษัตริย์แห่งเนเธอร์แลนด์ รวมถึงที่ตั้งของหน่วยงานสำคัญทางราชการที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศอีกหลายแห่งด้วย

    

    “ราชอาณาจักรเบลเยียม” (Kingdom of Belgium) หนึ่งในดินแดนยุโรปที่เมื่ออดีตแผ่นดินที่ตั้งเบลเยียมก็เคยเป็นสวนหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน จากการที่ชนเผ่าเคลต์ (Celt) ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวเบลเยียมพ่ายแพ้ต่อการรุกรานของแม่ทัพคนสำคัญแห่งจักรวรรดิโรมันอย่าง "จูเลียส ซีซาร์" (Julius Ceasar) หลังจักรวรรดิโรมันล่มสลายก็กลายมาเป็นของจักรวรรดิแฟรงก์ และบอร์กันดี (Burgundy) เบลเยียมนั้นแทบไม่เคยได้รับเอกราชเลย ต่อมายังเคยถูกรวมไว้เป็นเนเธอร์แลนด์โดยที่ลึก ๆ แล้วชาวเบลเยียมก็ไม่ได้ชอบใจนัก จนวันที่ 25 สิงหาคม 1830 ชาวเบลเยียมก็ประกาศตัวต่อต้านรัฐบาลเนเธอร์แลนด์เกิดเป็นการจลาจล และลามไปถึงการก่อปฏิวัติขับไล่ชาวเนเธอร์แลนด์ ออกจากกรุงบรัสเซลส์ เป็นการล้มล้างการปกครองของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ให้หมดไป หลังจากนั้นเบลเยียมก็ประกาศอิสรภาพและตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้นปกครองประเทศในวันที่ 4 ตุลาคม 1830 และนับแต่นั้นเบลเยียมก็สถาปนาสถานะขึ้นเป็นรัฐเอกราชในชื่อ "ราชอาณาจักรเบลเยียม" 

     ปัจจุบันประเทศเบลเยียมยังถือเป็นหนึ่งในทวีปยุโรปที่มีพรมแดนติดกับหลายประเทศ ทิศเหนือติดกับประเทศเนเธอร์แลนด์ ทิศใต้ติดกับประเทศฝรั่งเศส ทิศตะวันออกติดกับประเทศลักเซมเบิร์ก และเยอรมนี ส่วนทิศตะวันตกก็ยังติดกับฝรั่งเศส และทะเลเหนือ ภูมิประเทศของเบลเยียมมีทั้งที่ราบชายฝั่งทะเลทางตะวันตกเฉียงเหนือ และที่ราบภาคกลางของประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นพื้นที่ทำฟาร์มปศุสัตว์และมีเม่น้ำสายสำคัญของประเทศคือ "แม่น้ำเอสโก" (Escaut) ซึ่งมีต้นสายมาจากประเทศฝรั่งเศสแล้วไหลเข้ามายังเบลเยียมผ่านหลายเมืองสำคัญโดยเฉพาะเมืองหลวงบรัสเซลส์ และเมืองเกนต์ เบลเยียมบรรยากาศดี เพราะตลอดทั้งปีอากาศถือว่าไม่ร้อนหรือหนาวจัดมากไป จากการที่เบลเยียมตั้งอยู่ในเขตภูมิอากาศอบอุ่นช่วงเดือนมกราคมอุณหภูมิลดลงต่ำสุดประมาณ 6 องศาเซลเซียส และในเดือนกรกฎาคมอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 22 องศาเซลเซียส

     ในจำนวนชาวเบลเยียมทั้งหมดราว 11,000,000 คน แบ่งแยกตามชนชาติได้เป็น ชาวเฟลมมิช (Flemish) 58 เปอร์ซ็นต์ ชาววัลลูน (Walloon) 31เปอร์เซ็นต์ และอีก 11 เปอร์เซ็นต์ เป็นชนชาติอื่น ๆ รวมกันทั้งหมดนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกถึง 50 เปอร์เซ็นต์ อีก 25 เปอร์เซ็นต์ เป็นนิกายโปรเตสแตนต์ ศาสนาอิสลาม 5 เปอร์เซ็นต์ และศาสนาอื่นๆรวมได้ 3.5 เปอร์ซ็นต์ ชาวเบลเยี่ยมใช้ภาษาดัตช์ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาเยอรมันเป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาอื่น ๆ อย่างเช่น ภาษาวัลโลเนีย ภาษาลอแรง หรือภาษาชองเปนัว ถือเป็นภาษาท้องถิ่นที่ปัจจุบันยังคงใช้สื่อสารกันอยู่

 

 

 

  

     "ฝรั่งเศส" (France) มีชื่อประเทศอย่างเป็นทางการว่า "สาธารณรัฐฝรั่งเศส" (Republic France) พื้นที่ประเทศกว้างใหญ่ประมาณ 551,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตะวันตกของยุโรป ทิศเหนือติดกับประเทศเบลเยียม ลักเซมเบิร์ก และเยอรมนี ทิศใต้ติดกับประเทศสเปน และทะเลเมดิเตอร์เรนียน ทิศตะวันออกติดกับประเทศเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี ส่วนทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก

     "ปารีส" (Paris) คือเมืองหลวงของฝรั่งเศสที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ประชากรของฝรั่งเศสปัจจุบันมีทั้งชาวฝรั่งเศสเอง และชาวเคลต์ บาสก์ ละติน แอฟริกาเหนือ และรวมถึงชาวอาเซียนก็พำนักอยู่ในฝรั่งเศสเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นอกนันเป็นนิกายโปรเตสแตนต์ อิสลามและยิว ส่วนผู้ที่ไม่นับถือศาสนาใดเลยก็มีอยู่ไม่น้อย ความพิเศษของปารีส คือ มีสิ่งก่อสร้างที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของฝรั่งเศสอยู่มากมาย และเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก แลนด์มาร์กชื่อดังแห่งหนึ่งในปารีสคือ "ประตูชัยแห่งฝรั่งเศส" หรืออีกชื่อ คือ “อาร์ค เดอ ทรียงฟ์” (Arc de Triomphe) อนุสรณ์สถานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เหล่าทหารกล้าที่เข้าร่วมรบ และเสียชีวิตในสงครามนโปเลียน ประตูชัยแห่งฝรั่งเศสมีความสูงราว 50 เมตร และตั้งอยู่กลาง “จัตุรัสชาร์ลส เดอ โกล” (Place Charles de Gaulle) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อของถนนชื่อดัง 12 สาย ใครผ่านไปผ่านมาก็มักจะอดหันมองไม่ได้ส่วนนักทองเที่ยวก็นิยมแวะชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเพราะถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่สวยงามอลังการมาก

     ไม่น่าจะมีใครในโลกนี้เดินทางไปถึงปารีสแล้วไม่ไปชม "หอไอเฟล" (Eiffel Tower) หอคอยสูงที่ครองตำแหน่งหอคอยที่สูงที่สุดในโลกยาวนานตั้งแต่ปี 1889-1930 ด้วยความสูงรวมถึง 324 เมตร หอคอยไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของฝรั่งเศสให้ผู้คนทั่วโลกได้จดจำโดยปกติแล้วบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงจุดชมหอไอเฟลที่เรียกว่า "Trocadero View" จะมีนักท่องเที่ยวหามุมถ่ายรูปกันมากมายแต่หากได้มาถึงย่านนี้ในช่วงเช้าหน่อยผู้คนก็จะยังไม่มากนัก แต่ที่จะมีตั้งแต่เช้าก็คือ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่ออกมาเร่ขายสินค้าที่ระลึกซึ่งส่วนใหญ่ก็ คือ หอไอเฟลจำลองขนาดเล็ก ใหญ่ ที่ราคาต่างกันไปสามารถต่อรองราคาได้เล็กน้อยซึ่งถือว่าราคาพอซื้อได้ไม่สูงมากนัก อีกด้านหนึ่งมีรูปปั้น "เทพีเสรีภาพ" (Statue of Liberty) ในรูปทรงเดียวกับชิ้นที่ฝรั่งเศสเคยมอบให้สหรัฐอเมริกาแต่มีขนาดเล็กกว่า

 

พระราชวังแห่งสันติภาพ
Peace Palace

บรูจส์
bruges

ประตูชัยแห่งฝรั่งเศส
Arc de Triomphe

คีตฮอร์น
Giethoorn

มาร์เก็ต สแควร์
Market Square

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์
The Grand Louvre

15 ธันวาคม 2560

ผู้ชม 2604 ครั้ง

Engine by shopup.com